• Urbinner

ทักษะระหว่างบุคคล หรือ Interpersonal Skills คืออะไร? สำคัญอย่างไรในองค์กร?

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่แล้ว

Highlights

  • ทักษะระหว่างบุคคล หรือ Interpersonal Skills เป็น องค์ความรู้ที่ช่วยในการปฏิสัมพันธ์และความเข้าใจกันระหว่างบุคคล

  • ทักษะนี้นำไปสู่ความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงาน (psychological safety) ซึ่งทำให้การทำงานมีความสุข และประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น

  • ประโยชน์ของการเรียนรู้ทักษะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงการทำงาน เราสามารถใช้ทักษะนี้เพื่อช่วยให้ความสัมพันธ์ที่บ้านดีขึ้นได้ด้วย


หลายครั้งที่องค์กรของเรามีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ แต่การทำงานร่วมกันก็ยังมีปัญหา อาจมีเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้เข้าใจผิดกันได้ จนกระทั่งมีเรื่องใหญ่ที่ทำให้รู้สึกว่าการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยมาก และไม่ชอบที่จะร่วมงานกับคนอื่น


การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคลากรเป็นพื้นฐานที่สำคัญในทุกองค์กร ซึ่งทักษะระหว่างบุคคลเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยทำให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขได้



เนื้อหาในบทความ

  1. ทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) คืออะไร?

  2. ทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) สำคัญอย่าง ไร?

  3. ตัวอย่างของทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills)

  4. วิธีการพัฒนาทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) ในที่ทำงาน องค์กร


ทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) คืออะไร?

ทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) คือ องค์ความรู้ และ soft skills ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์และความเข้าใจกันของบุคคลแต่ละคน โดยทักษะระหว่างบุคคลไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการสื่อสารหรือการพูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการสร้างความเข้าใจร่วมกัน การฟังรับกัน หรือการเข้าใจคนอื่น (empathy) เป็นต้น


ทักษะระหว่างบุคคลที่ดีจะมีพื้นฐานมาจากความตระหนักรู้ในตัวเอง (self-awareness) ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจในตัวเอง การเท่าทันตัวเอง จนสามารถเข้าใจคนอื่น สื่อสารกับคนอื่น อยู่ร่วมกันคนอื่น และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) สำคัญอย่างไร?

การมีทักษะระหว่างบุคคลจะทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจระหว่างกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และนำไปสู่ความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงาน (psychological safety) และช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกันได้


ทักษะระหว่างบุคคลไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างความประทับใจให้กับคนอื่น การพูดให้น่าฟัง พูดเพื่อให้คนอื่นคล้อยตาม หรือทำตามที่เราต้องการ แต่ทักษะระหว่างบุคคลจะทำให้เกิดความเข้าใจกัน มีความสุขเมื่ออยู่ร่วมกัน และทำให้เราสามารถทำงาน ทำหน้าที่บางอย่างได้ด้วยความเข้าใจกันและกันได้



ประโยชน์ของทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) ในที่ทำงาน หรือองค์กร

การทำงานที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ในที่ทำงานเราต้องพบกับบุคคลที่มีพื้นฐานหลากหลาย และมีบทบาทที่แตกต่างกัน หากขาดความเข้าใจและไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้วทีมนั้นจะเป็นทีมที่ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน


นอกจากนั้นการทำงานร่วมกันในองค์กรที่มีคนที่มีทักษะระหว่างบุคคลสูงยังเอื้ออำนวยต่อการทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยทางใจในที่ทำงาน (psychological safety) สูงขึ้นด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน


ตำแหน่งและหน้าที่ของพนักงานบางคนในองค์กรบางตำแหน่งจำเป็นที่จะต้องใช้ทักษะระหว่างบุคคลมากกว่าบางตำแหน่ง โดยมากเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผู้คนเช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล อาจารย์ หัวหน้า พนักงานต้อนรับ พนักงานขาย หรือผู้ให้บริการ เป็นต้น


นอกจากนี้ทักษะระหว่างบุคคลยังมีประโยชน์มากในชีวิตครอบครัวหรือที่บ้านของคุณด้วย


ประโยชน์ของทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) ที่บ้าน

คนที่มีความเข้าใจในทักษะระหว่างบุคคลจะสามารถอยู่ร่วมกันกับคนอื่นได้ดีมากขึ้น นอกจากนั้นคุณยังอาจช่วยเหลือคนอื่นได้จากทักษะระหว่างบุคคลที่คุณมีอีกด้วย


ตัวอย่างเช่นหากคุณมีทักษะการรับฟังอย่างลึกซึ้ง เมื่อคนในครอบครัวมีปัญหา คุณจะเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากจะพูดคุยเพื่อให้คุณช่วยรับฟังปัญหาเหล่านั้นโดยไม่ตัดสิน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่สนิทกับลูกก็อาจต้องกลับมารับฟังลูกในแบบที่เขาเป็นจริงๆ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจลูกมากขึ้น แทนที่จะใช้การฟังเพื่อตอบโต้ เป็นต้น



ตัวอย่างของทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills)

ทักษะระหว่างบุคคลที่ดีควรจะเริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจในตัวคนอื่นได้มากขึ้น โดยตัวอย่างของทักษะระหว่างบุคคลมีความกว้างขวางมากเช่น

  • การเข้าใจคุณค่าพื้นฐานที่แตกต่างกันของบุคคล การเข้าใจความแตกต่างของคุณค่าที่แต่ละคนให้ความสำคัญ นำไปสู่ความเข้าใจกัน และทำให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน เข้าใจกันมากขึ้น เพราะหลายครั้งเราต้องการผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน แต่มีคุณค่าที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

  • การสื่อสารอย่างสันติ การสื่อสารอย่างสันติ (non-violence communication) เป็นอีกหนึ่งทักษะที่สามารถทำให้เรามีบทสนทนาที่ดี และเข้าใจกันระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง โดยเข้าถึงความต้องการและความรู้สึกของกันและกันได้

  • รูปแบบการสื่อสารความหวังดี แต่ละคนมีรูปแบบการสื่อสารความหวังดีที่แตกต่างกัน เราเรียกสิ่งนี้ว่า 5 ภาษารัก ซึ่งสิ่งนี้เองที่อาจทำให้หลายครั้งที่เราทำอะไรดีๆ คนอื่นมากมายแต่เขากลับไม่รับรู้ นั่นเพราะว่าแต่ละคนมีช่องทางการรับรู้ความหวังดีแตกต่างกัน

  • การฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นกระบวนการที่ช่วยทำให้เราเข้าใจคนที่อยู่ข้างหน้ามากขึ้น และยังช่วยดูแลความทุกข์ ความเครียด ความเศร้า หรือสภาวะอารมณ์ด้านลบของคนที่อยู่กับเราได้เป็นอย่างดี กระบวนการฟังอย่างลึกซึ้ง การะบวนการฟังอย่างลึกซึ้งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เรามีพื้นที่ปลอดภัยทางใจในที่ทำงาน (psychological safety) มากขึ้น

  • การเข้าใจคนอื่น (empathy) การเข้าใจคนอื่นหรือ empathy ช่วยทำให้เรารับรู้สถานการณ์ ความรู้สึก สิ่งที่เขาคิดในช่วงเวลานั้น empathy เป็นสิ่งที่ช่วยลดความขัดแย้งในการอยู่ร่วมกัน เพราะแม้ว่ามนุษย์จะมีเหตุผลที่ดีมากแค่ไหน เหตุผลที่ดีทั้งหมดก็สร้างความไม่พอใจให้กันและกันได้ แต่การมีความรู้สึกร่วมกัน การเห็นความรู้สึกของกันและกันจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข


ความแตกต่างกันจากการแสดงออก แต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกันในเช่นใน สัตว์ 4 ทิศ ซึ่งจะพบว่าแต่ละคนมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน มีการแสดงออกที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างจากการแสดงออกเหล่านี้จะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น และเห็นใจกันได้ง่ายมากขึ้น


วิธีการพัฒนาทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) ในที่ทำงาน องค์กร

การพัฒนาทักษะระหว่างบุคคลในที่ทำงานหรือในองค์กรนั้นสามารถทำได้ด้วยการเพิ่มพื้นที่ และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีการใช้ทักษะระหว่างบุคคลเช่น

  • สุนทรียสนทนา การมีบทสนทนาที่มีความลุ่มลึก สามารถช่วยทำให้ทักษะระหว่างบุคคลพัฒนามากขึ้นได้ แม้ว่าสุนทรียสนทนาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากสำหรับบริบทในที่ทำงาน แต่การคุยกันในลักษณะที่มีคุณภาพเหมือนกับสุนทรียสนทนา ก็ทำให้เกิดความเข้าใจกันได้

  • ทำกิจกรรมที่เอื้ออำนวยต่อการรู้จักกัน กิจกรรม ice-breaking บางกิจกรรมอาจนำไปสู่การแลกเปลี่ยนระหว่างกัน น้อยมากที่เราจะได้เห็นและเข้าใจบทบาทอื่นนอกนอกจากการเป็นเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน ซึ่งหลายคนกำลังต้องเผชิญกับความทุกข์ การมีพื้นที่สำหรับพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้เหมือนที่ได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปศิลปะบำบัดก็ช่วยทำให้ empathy เกิดขึ้นได้

  • สร้างเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง ค้นหาความล้มเหลว ความสำเร็จ สภาวะอารมณ์ของตัวเอง เป็นพื้นฐานที่ดีในการเข้าใจคนอื่น และจะนำไปสู่การเข้าใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น เพราะก่อนที่เราจะเอาใจเขามาใส่ใจเราได้ เราก็ต้องเข้าใจสภาวะของตัวเองก่อนเช่นกัน

  • ใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเช่น