top of page
  • Urbinner

การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)

อัปเดตเมื่อ 10 มี.ค. 2565

Highlights

  • การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นการฟังที่ทำให้เราสามารถช่วยคนที่อยู่ข้างหน้าเราที่กำลังมีความทุกข์ หรือมีปัญหา โดยสามารถทำได้ง่ายที่สุดและไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร

  • ในกระบวนการฟังอย่างลึกซึ้ง เราจะไม่พยายามเข้าไปควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเอง เมื่อเราได้ยินสิ่งที่เราคิดว่าไม่ถูกต้อง หรือเชื่อว่าไม่ถูกต้อง เรายังคงเท่าทันว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการตัดสินและกรอบความเชื่อของเรา เพียงแค่เท่าทันเสียงที่เกิดขึ้นภายใน เท่าทันการแสดงออกของเราในลำดับถัดมา และปล่อยความคิดหรือการตัดสินเหล่านั้นไป และอยู่กับการฟังคนที่อยู่ข้างหน้า

 

สังคมและวัฒนธรรมของเรามักให้คุณค่ากับคนที่มีความสามารถในการพูด ตั้งแต่ในโรงเรียนที่ออกแบบการสอนให้นักเรียนได้เป็นผู้พูดที่ดี หรือเมื่อเริ่มโตขึ้นความเป็นผู้นำก็มักจะให้คุณค่ากับผู้ที่พูดเก่ง มีความสามารถในการอภิปราย โน้มน้าวผู้คน จนทำให้โลกของเราเต็มไปด้วยคำสอน การโน้มน้าวจิตใจ และหลายครั้งที่มักจะทำให้คนเราคิดถึงแต่สิ่งที่ตนเองกำลังจะพูดมากกว่าการฟังสิ่งที่อยู่ข้างหน้า


การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคที่เต็มไปด้วยการสื่อสารออนไลน์มาก ไม่ว่าจะมีความสำคัญทางด้านการมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ครอบครัว หรือความสำคัญในการสื่อสาร ทำงานร่วมกัน ภาวะความเป็นผู้นำ จนถึงความสำคัญเชิงจิตวิญญาณ


หากคุณต้องการสร้างทักษะการฟังอย่างอย่างลึกซึ้งให้กับองค์กร คุณสามารดูได้เพิ่มเติมที่หลักสูตรการฟังอย่างลึกซึ้งสำหรับองค์กร เพื่อให้บุคลากรของคุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับการฟังอย่างลึกซึ้งในเชิงปฏิบัติ



การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นการฟังที่ทำให้เราสามารถช่วยคนที่อยู่ข้างหน้าเราที่กำลังมีความทุกข์ หรือมีปัญหา โดยสามารถทำได้ง่ายที่สุดและไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร และบางครั้งความทุกข์หรือปัญหาของคนที่อยู่ข้างหน้าอาจไม่ต้องการการแก้ไขหรือคำแนะนำใดๆ เพียงแค่ต้องการรับฟังเท่านั้น


เนื้อหาในบทความ

  1. การฟังอย่างลึกซึ้งคืออะไร?

  2. การฟังอย่างลึกแตกต่างกับการฟังทั่วๆ ไปอย่างไร?

  3. วิธีฝึกปฏิบัติการฟังอย่างลึกซึ้ง

  4. ประโยชน์ของการฟังอย่างลึกซึ้งในองค์กร