• Urbinner

Self-Awareness คืออะไร? สำคัญกับชีวิตเราอย่างไร?

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 25

Highlights

  • Self-awareness คือ ความสามารถในการมองเห็นตัวเองและตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่างๆ

  • Self-awareness ช่วยทำให้เรามีความสุขและมีการพัฒนาตัวเอง ทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้

  • เราสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้จากกิจกรรมที่ช่วยสังเกตตนเองเช่น การสะท้อนตัวเอง การเขียนบันทึก หรือเจริญสติ

มนุษย์เรานั้นอยากมีความสุข เรามักจะมีความสุขเมื่อมีคนรู้ใจ รู้ว่าเราต้องการอะไร ชอบอะไร แต่หลายครั้งที่เรากลับไม่รู้ว่าความสุขของตัวเองคืออะไร


แล้วคุณเคยตระหนักถึงความสุข การรับรู้ และการมีอยู่ของมันในจิตใจคุณบ้างหรือไม่? Self-awareness เป็นคำตอบที่ช่วยทำให้เราสามารถทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้


เนื้อหาในบทความ

  1. Self-Awareness คืออะไร?

  2. Self-Awareness สำคัญอย่างไร?

  3. ประโยชน์ของ Self-Awareness

  4. Self-Awareness และรู้จักตัวเอง

  5. วิธีการเพิ่ม Self-Awareness ให้กับตัวเอง


Self-Awareness คืออะไร?

Self-awareness คือ ความสามารถในการมองเห็นตัวเองและตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่างๆ เช่น

โดยที่ self-awareness อาจแปลในภาษาไทยได้ว่า ความตระหนักรู้ภายในตนเอง ซึ่งหมายถึง การตระหนัก รับรู้สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว หรือกำลังเกิดขึ้น


Self-Awareness คืออะไร?
Self-Awareness คืออะไร?

ความแตกต่างระหว่าง Self-Awareness และจิตสำนึก (Consciousness)

หลายคนอาจสับสนระหว่างความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) กับจิตสำนึก (consciousness) เพราะทั้งสองสิ่งนี้ใกล้เคียงกันมาก

  • จิตสำนึก (consciousness) คือ ความรู้สึกตัว ที่ทำให้เรามีการรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ความคิด ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมภายนอก

  • ความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) เป็น การรับรู้สิ่งต่างๆ เหมือนที่จิตสำนึกสามารถทำได้ แต่มากไปกว่านั้นยังรับรู้ไปอีกด้วยว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นผู้รับรู้ ผู้กระทำสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น ภายใต้จิตสำนึกของเรา เรามีความรู้สึกตัวที่จะคิด และรับรู้เรื่องที่คิด แต่เมื่อเรามีความตระหนักรู้ภายในตัวเองแล้วเราจะพบว่านอกจากจะมีสิ่งที่กำลังคิด เราจะรู้ว่ามีตัวเราซึ่งกำลังคิด อยู่ด้วย


ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) โดยนักจิตวิทยาชื่อ Shelley Duval และ Robert Wicklund ในปี ค.ศ. 1972 ได้อธิบายเกี่ยวกับความตระหนักรู้ภายในตัวเองว่ามันคือรูปแบบหนึ่งของการประเมินตนเอง (self-evaluation) ซึ่งเป็นการกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั่วไป ในขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจไปกับตัวตนภายใน (inner self) ด้วยว่าตอนนั้นตัวตนภายในกำลัง คิด รู้สึก หรือพูดอะไรออกมาบ้าง


เมื่อเรากำลังอยู่ในสภาวะที่ประเมินตนเอง (self-evaluation) จะมีเสียงหรือความรู้สึกออกมาว่าเราควรจะทำอะไร? สิ่งที่ทำอยู่ดีพอหรือไม่? ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมตัวเอง และกระบวนการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง


Self-Awareness สำคัญอย่างไร?

การตระหนักรู้ตนเองช่วยทำให้เราสามารถเท่าทันเสียงความคิด อารมณ์ความรู้สึก และทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ ได้ โดยการเท่าทันสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เรารู้ตัวและสามารถเลือกกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการได้


ตัวอย่างเช่น เมื่อเราออกไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่รถติด หรือโดนคนแซงคิวระหว่างขึ้นรถไฟฟ้า ตอนมาถึงที่ทำงานหากเราไม่มี self awareness มากเพียงพอที่จะตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเอง อาจจะแสดงความโมโห หงุดหงิด จนไปว่าเพื่อนร่วมงาน ด่าลูกน้องอย่างไม่รู้ตัว โดยแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เราโมโหเกิดจากงานที่ทำหรือที่เราโดนแซงคิวกันแน่


นอกจากนี้ self-awareness ยังสามารถช่วยให้เราลดความกังวลได้ เพราะการตระหนักรู้ถึงความคิดที่กำลังเกิดขึ้นจะช่วยทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของความกังวล และสภาวะอารมณ์หลังจากนั้น จนเมื่อเราเห็นความคิดและสภาวะทางอารมณ์ซ้ำไปซ้ำมาแล้ว เราจะพบว่ามีรูปแบบ (pattern) บางอย่างที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่ความเครียด ความกังวล จนกระทั่งทำให้เรามีความกรุณาในตัวเอง (self-compassion) ได้


การตระหนักรู้ในตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเลือกตัดสินใจได้


ประโยชน์ของการตระหนักรู้ภายในตัวเอง (Self-Awareness)

ประโยชน์ของการตระหนักรู้ภายในตัวเอง (Self-Awareness)
ประโยชน์ของการตระหนักรู้ภายในตัวเอง (Self-Awareness)

ในช่วงแรกมีเพียงไม่กี่รายงานที่ศึกษาเกี่ยวกับความตระหนักรู้ในตัวเอง แต่ในระยะหลังงานวิจัยจำนวนมากพบว่าความตระหนักรู้ในตัวเองมีประโยชน์มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวเองเช่น

  • การพัฒนาตัวเอง โดยความตระหนักรู้ภายในตัวเองสามารถทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น สร้างการยอมรับในตัวเอง และนำไปสู่การพัฒนาตัวเองที่มีประสิทธิภาพ (จาก Sutton ในปี ค.ศ. 2016)

  • ช่วยเพิ่มทักษะ empathy เพราะ self-awareness ช่วยทำให้เรามองเห็นความคิดของตัวเอง ทำให้เราสามารถแยกแยะได้มากขึ้นว่าอะไรเป็นความคิดของตัวเอง เพื่อที่จะเข้าใจคนอื่นและมี empathy กับคนอื่นได้มากขึ้น (จาก Silvia & O’Brien ในปี ค.ศ. 2004)

  • นำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น จากการเท่าทันอารมณ์ของตัวเองขณะที่ตัดสินใจ และการเท่าทันความคิดของตัวเอง ที่จะรบกวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ (จาก Ridley, Schutz, Glanz, & Weinstein ในปี ค.ศ. 1992)

  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ช่วยทำให้มีการสื่อสารที่ดีขึ้นในที่ทำงาน เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง และการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (จาก Sutton, Williams, & Allinson ในปี ค.ศ. 2015).


Self-Awareness และการรู้จักตัวเอง

คำถามที่ช่วยสร้าง Self-Awareness และการรู้จักตัวเอง
คำถามที่ช่วยสร้าง Self-Awareness และการรู้จักตัวเอง

Self-awareness เป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการรู้จักตัวเอง โดยคำถามเหล่านี้สามารถช่วยทำให้เราได้พัฒนาทักษะการตระหนักรู้ในตัวเองไปพร้อมๆ กับการรู้จักตัวเอง


1. คุณมีนิสัยเป็นอย่างไร?

การรู้ลักษณะนิสัยของตัวเองว่าตนเองเป็นคนอย่างไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการสังเกต ซึ่งการรู้จักนิสัยตัวเองสามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อมีมองผ่านุมมองต่างๆ เช่น สัตว์ 4 ทิศ, ปัญญา 3 ฐาน หรือ 5 ภาษารัก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นและสามารถช่วยทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดีได้


2. คุณมีเป้าหมายในชีวิตอะไร?

เป้าหมายชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ค้นหากันได้เพียงชั่วข้ามคืนหรือการนั่งคิดไตร่ตรอง แต่โดยมากกลับเป็นการสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ที่คุณได้ผ่านมา


สำหรับคนที่ยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต การค้นหาเป้าหมายในชีวิต อาจต้องใช้ระยะเวลาและช่วยทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้ตัวเองได้


3. คุณมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง?

นอกจากการรับรู้นิสัย ความชอบ และความไม่ชอบของตัวเองแล้ว การเห็นข้อดีและข้อเสียของตัวเองก็เป็นวิธีที่ทำให้เรารู้จักตัวเองได้ดีขึ้น


ข้อดีและข้อเสียมีอยู่หลายแบบ บางสิ่งอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่ได้เป็นข้อดีข้อเสียที่ตายตัว แต่การตระนักว่าคุณมีข้อดีข้อเสียในสถานการณ์นั้นๆ อย่างไร จะช่วยทำให้คุณได้เกิดการพัฒนาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง



วิธีการเพิ่ม Self-Awareness ให้กับตัวเอง

  1. ฝึกการสะท้อนตนเอง (self-reflection) เป็นการหยุดเพื่อกลับมาสังเกตตนเอง วิเคราะห์ตนเอง การสะท้อนตัวเองช่วยทำให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ที่เกิดขึ้น และสำคัญมากสำหรับการเรียนรู้ในระดับกลุ่มที่ทุกคนสามารถสะท้อนการเรียนรู้ของตนเองและแบ่งปันให้กันและกันได้

  2. เขียนบันทึก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความตระหนักรู้ของตัวเอง โดยอาจสามารถเขียนตามหัวข้อเช่นการเขียนเกี่ยวกับความสุขใน Happiness worksheet หรือแม้แต่การเขียนเพื่อระบายความรู้สึกแบบ Expressive writing ก็สามารถช่วยทำให้เรามี self-awareness ได้

  3. ฝึกรับฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คุณสามารถเพิ่ม self-awareness ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าจะได้พูดคุยกับคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานก็เป็นโอกาสให้คุณได้เพิ่ม self-awareness ได้ นอกจากนั้นการฝึกรับฟังอย่างลึกซึ้งยังช่วยทำให้คุณได้เข้าใจและมอบพื้นที่ให้กับคนที่อยู่ข้างหน้าได้

  4. ใช้กระบวนการ After Action Review คือกระบวนการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ซึ่งเหมาะสำหรับบริบทในที่ทำงาน ในกระบวนการ After Action Review เราจะได้สะท้อนการเรียนรู้เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยส่งเสริมทักษะการตระหนักรู้ภายในตัวเอง

  5. ฝึกเจริญสติ (mindfulness) การเจริญสติช่วยทำให้เกิดตระหนักรู้ถึงตนเองได้ จากการรับรู้อย่างเป็นกลางเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย และจิตใจ เมื่อรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จะช่วยทำให้คุณเห็นแง่มุมของตนเองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจตนเองได้มากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากการทำสมาธิ (concentration) ที่เป็นการรับรู้และจดจ่อในอารมณ์ อันเป็นเหตุทำให้เกิดความสงบ


ความตระหนักรู้ภายในตัวเองหรือ self awareness นั้นอาจดูเป็นเรื่องยากแต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน และเป็นพื้นฐานสิ่งสำคัญหลายอย่างเช่น ทักษะ soft skills, การเรียนรู้ transformative learning ที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และทำงานที่ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น


#SelfAwareness

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

Urbinner เป็นพื้นที่ที่ให้บุคคลทั่วไปและองค์กรได้เรียนรู้ความสุขที่มั่นคง โดยทีมนักจัดกระบวนการจะพาคุณไปเรียนรู้ทักษะที่นำไปสู่การเข้าใจตัวเอง มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคล การตระหนักรู้้และเติบโตร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำในสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายสำหรับตัวเอง องค์กร และชุมชนของเราได้

0 ความคิดเห็น