• Urbinner

วิธีแก้เครียด คิดมาก ที่สามารถทำให้คุณกลับมารู้สึกโปร่ง โล่งและสบายได้อีกครั้ง

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 12

Highlights

  • ความเครียด คือ สภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อสถานการณ์ซึ่งอาจเกิดจากการหลั่งฮอร์โมน เมื่ออยู่ในสถาการณ์บางอย่าง

  • อาการเมื่อรู้สึกเครียดของตนเองสามารถแสดงออกได้หลายอย่างเช่น มีความคิดวนเวียน หยุดคิดไม่ได้ รู้สึกเหนื่อย เหมือนพักผ่อนไม่พอ

  • การดูแลความเครียดทำได้โดยการดูอาการของความเครียด, พูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่ไว้ใจได้, ค้นหาสาเหตุที่กระตุ้นความเครียด, ออกกำลังกาย, ทดลองการเจริญสติ

ความเครียด กังวล ฟุ้งซ่าน เป็นอารมณ์ด้านลบที่ขัดขวางการไม่ให้เราก้าวไปข้างหน้า มันอาจทำให้เราจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ได้ รู้สึกเจ็บปวด จิตใจยุ่งเหยิง จนทำอะไรได้ไม่ดี


การระบายความเครียดวิธีหนึ่งที่ได้ผลคือการเขียน เพราะสามารถทำได้เองทันที ซึ่งแต่ละคนจะมีลักษณะการเครียดที่แตกต่างกัน หลายคนเครียด คิดมาก อยากระบายสิ่งต่างๆ ออกมา



ความเครียดของแต่ละบุคคลมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป บางคนเครียดกับบางเรื่องที่มีความไม่แน่นอน ส่วนบางคนอาจมีความเครียด คิดมากกับปมในอดีตที่ผ่านมา โดยอาจเป็นบาดแผลในอดีตที่นึกถึงบ่อยๆ หากเครียดและต้องการระบายออกมาคุณอาจลองเครื่องมือต่างๆ เช่นการเขียน Expressive writing เพื่อระบายออกมาซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว



เนื้อหาในบทความ

  1. ความเครียดคืออะไร?

  2. อาการของความเครียด

  3. วิธีแก้เครียด คิดมาก ในแบบที่คุณสามารถกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง

  4. เทคนิค กิจกรรมแก้เครียด วิตกกังวล คิดมากในเวลาสั้นๆ

  5. การดูแลความเครียดระยะยาวอาจจะดีกว่าวิธีแก้เครียดทั่วไป

  6. การดูแลตัวเองในกรณีที่มีความเครียดสูง


ความเครียดคืออะไร?

ความเครียด คือ สภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อสถานการณ์ซึ่งอาจเกิดจากการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดเช่น cortisol หรือ adrenaline ได้ ซึ่งอาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด เช่น การตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย การทำงานที่มีเส้นตายชัดเจน การสอบ การแข่งกัน สถานการณ์ที่กดดัน



อาการของความเครียด

ก่อนที่เราจะรู้จักวิธีการแก้เครียด คิดมาก กังวลต่างๆ เราควรทำความรู้จักอาการของความเครียดก่อน ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก จิตใจ และร่างกายของคุณ อาการของความเครียดมักจะเกิดขึ้นประกอบกับการคิดมาก แต่อาจมีบางคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเครียดหรือไม่ คุณสามารถอาการเหล่านี้ได้

  • มีความคิดวนเวียน หยุดคิดไม่ได้

  • รู้สึกเหนื่อย เหมือนพักผ่อนไม่พอ

  • เบื่อง่าย

  • มีสมาธิน้อยลง รู้สึกยากที่จะต้องทำอะไรจดจ่อ

  • รู้สึกว่าหัวมันว่างๆ คิดอะไรไม่ออก

  • ความอดทนลดลง หงุดหงิดง่าย

  • คิด วางแผน ลงรายละเอียดในสิ่งต่างๆ เป็นอย่างมาก

  • ต้องการคำยืนยันต่างๆ จากคนรอบข้าง

หากคุณมีอาการเหล่านี้ อาจแสดงว่าคุณมีภาวะเครียดแล้ว ซึ่งหากมันมากขึ้นอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ และควรต้องให้ความระวังตัวเพราะมันถูกสามารถสะสมไว้เป็นระยะเวลานานจนกลายเป็นความเครียดเรื้อรังได้


วิธีแก้เครียด คิดมาก ในแบบที่คุณสามารถกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง

คุณสามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเครียดและมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ โดยใช้วิธีการลดและดูแลความเครียดดังนี้


ดูแลปัญหาและอาการของความเครียด

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการดูแลปัญหาของตนเองด้วยการสำรวจ เพราะสาเหตุของความเครียดแตกต่างกันออกไปสำหรับแต่ละคน ดังนั้นหากคุณได้ค้นหาปัญหา คุณ0tสามารถแก้เครียด คิดมาก หรือความกังวลได้ดีตั้งแต่ต้นเหตุเลย


หากความเครียดเกิดขึ้นกับบุคลากรพนักงานของคุณ คุณอาจลองค้นหากิจกรรมคลายเครียดให้กับพนักงาน บริษัทเป็นระยะ เพื่อลดความเครียดจากการทำงานดูตามความเหมาะสม


พูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่ไว้ใจได้

การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้จะทำให้คุณมีคนที่ช่วยดูแลอารมณ์และสนับสนุนคุณ นี้เป็นวิธีที่ดีมากในการแก้เครียด ดังนั้นคุณอาจลองหาเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่คุณไว้ใจในการเล่าเรื่อง ระบายความเครียดเหล่านั้นให้กับพวกเขา


ในกรณีที่คุณเป็นคนที่มีคนมาปรึกษา คุณสามารถใช้การฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ของเพื่อนหรือคนที่มาพูดคุยกับคน นอกจากนี้คุณสามารถทำความเข้าใจความทุกข์ของเขาจากการเห็นอกเห็นใจกันด้วย empathy mapping ได้


ค้นหาสาเหตุที่กระตุ้นความเครียด

แม้ว่าการค้นหาสาเหตุที่กระตุ้นความเครียดจะไม่ได้เป็นวิธีแก้เครียดอย่างตรงไปตรงมา การหาสาเหตุที่กระตุ้นความเครียดอาจต้องอาศัยความตระหนักรู้ในตนเองก่อน แต่มันจะทำให้คุณสามารถเพิ่มขอบข่ายที่จะดูแลตนเองได้ดีขึ้น


แม้ว่าบางครั้งมันอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับการสาเหตุที่กระตุ้นความเครียดของคุณก็ตาม หากคุณเริ่มจับสัญญาณได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่กระตุ้นความเครียด นี่อาจเป็นวิธีแก้เครียดที่ดีที่สุดในระยะยาวเลยก็เป็นได้


หากคุณเป็นคนที่มีหน้าที่ดูแลพนักงานในองค์กร การดูแลความเครียดของพนักงานเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยทำให้พนักงานสามารถลดสภาวะหมดไฟ (burnout) ที่เกิดขึ้นจากการทำงานได้



ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายของคุณหลั่งสายและฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ลดความเครียดเช่น endorphins และการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นจากฮอร์โมนเหล่านั้น โดยคุณสามารถออกกำลังกายได้ตั้งแต่การเดินเล่น หรือวิ่ง ซึ่งทำให้เกิดการขยับและเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อได้ การออกกำลังกายเป็นวิธีแก้เครียดที่ได้ผลอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้อาการคิดมาก กังวลต่างๆ ที่คุณมีก็ยังจะหายไปด้วย


ทดลองการเจริญสติ

คนที่ฝึกฝนการเจริญสติและการหายใจด้วยวิธีการตระหนักและรับรู้สิ่งทีเ่กิดขึ้นรอบๆ ตัวเป็นวิธีแก้เครียด ความคิดฟุ้งซ่าน คิดมากที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง โดยมีรายงานวิจัยว่าการเจิญสติสามารถทำให้ผลของความเครียด ความกังวล และซึมเศร้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้


เทคนิค กิจกรรมแก้เครียด วิตกกังวล คิดมากในเวลาสั้นๆ

หากคุณรู้ตัวแล้วว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเครียดอยู่ แล้วต้องการแก้เครียดเพื่อที่จะทำให้ตัวเองสามารถไปทำอย่างอื่นได้ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นวิธีการแก้เครียดที่ดีสำหรับคุณ

  • ให้เวลาพักกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง นวนผ่อนคลาย นั่งสมาธิ สิ่งต่าง ที่ทำให้คุณหยุดใช้ความคิดได้ไปชั่วครู่เป็นวิธีแก้เครียด คิดมากที่ดีและมีความยืดหยุ่น

  • ทำให้ตัวเองมีสมาธิกับอย่างอื่นแทน เช่นการเล่นเกมส์ต่างๆ ใน ipad หรือโทรศัพท์มือถือของคุณในช่วงเวลาหนึ่ง สามารถแก้เครียดได้ดี

  • วางแผนทำอะไรบางอย่างที่แก้เครียดได้ โดยเฉพาะกิจกรรมที่คุณเคยทำแล้วรู้ว่ามันสามารถแก้เครียดได้ดี คุณอาจทำสิ่งนั้นได้อีกเรื่อยๆ

  • หยุดเช็คโทรศัพท์หรือ social media เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หลายคนเกิดความเครียดจากสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นวิธีการแก้เครียดที่ดีที่สุดคือการหยุดใช้มัน การหยุดใช้ social media สามารถแก้เครียดโดยการไม่ให้มีสิ่งต่างๆ มากระตุ้น ที่อาจนำไปสู่ความเครียดของคุณได้ โดยเฉพาะหากคุณมีเรื่องหนักๆ ใน social media มาก

  • ไปช็อปปิ้งแบบไม่ต้องมีรายการ คุณอาจปล่อยให้ตัวเองได้ไปช็อปปิ้งไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อทั่วไป วิธีแก้เครียดวิธีนี้อาจได้ผลดีกับคุณก็ได้!



การดูแลความเครียดระยะยาวอาจจะดีกว่าวิธีแก้เครียดทั่วไป

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าคุณมักจะเครียด คิดมาก วิตกกังวลกับอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะก่อตัวมากขึ้นและดูแลมันได้ วิธีแก้เครียดในระยะยาวจะช่วยให้คุณค่อยๆ ได้คิดทบทวนลักษณะของความเครียดที่คุณมี ความเครียดเหล่านี้อาจช่วยทำให้คุณรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder) ที่เกิดขึ้นในครั้งอื่นๆ ได้ดีขึ้น


นอกจากนี้ยังอาจช่วยทำให้คุณรู้จักตัวเองดีขึ้นอีกด้วย โดยคุณสามารถทำได้โดยการถามตัวเองเมื่อมีความเครียด ความกังวลเกิดขึ้นว่า

  • ความเครียดที่เกิดขึ้นมันสมเหตุสมผลหรือไม่? มันเป็นความกลัวที่เกิดขึ้นเองไม่? ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วมันจะส่งผลกระทบให้กับคุณจริงๆ อย่างไร? คนอื่นจะมีมุมมองอย่างไรหากเขาเป็นคุณ?

  • อะไรคือวิธีคิดที่ดีที่จะช่วยคุณได้? บางครั้งเมื่อเราเครียด หรือกังวลเรามักจะให้ความสนใจทั้งหมดไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ทำให้เครียดเช่น ผลลัพธ์, สิ่งที่กลัว, ภาพพจน์ การมุ่งความสนใจไปยังสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาถูกแก้ได้ ดังนั้นคุณควรจะถามตัวเองว่าอะไรคือวิธีคิดที่ดีที่จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจกับปัญหาได้มากขึ้น

  • ปัญหาที่แท้จริงจะได้รับการแก้ไขหรือไม่? หากว่าปัญหาที่มีมันเป็นปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความคิด อารมณ์ การหาวิธีแก้เครียด คิดมากอาจเป็นเพียงปลายเหตุเท่านั้น แต่สิ่งที่คุณควรทำคือการมุ่งไปสู่วิธีการในการแก้ไขปัญหา และคุณจะทำสิ่งที่ได้ดีก็ต่อเมื่อคุณมีระดับความเครียดที่ลดลงบ้างแล้ว ดังนั้นหากคุณรู้สึกเครียดคุณอาจต้องให้เวลากับมันบ้าง



ความเครียด วิตกกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราและบางครั้งมันอาจมีประโยชน์กับเราก็ได้ เรามักจะรู้สึกเครียดกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตเช่นเรื่องการเงิน การทำงาน ครอบครัว ความสัมพันธ์ เมื่อเราเกิดความเครียดขึ้น เรามักจะหาวิธีแก้เครียด คิดมากเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ขึ้นในทันที ความเครียดที่เกิดขึ้นนี้เองคือสิ่งที่จะทำให้เราเกิดการตัดสินใจและเปลี่ยนแปลง ไปข้างหน้า


บางครั้งความเครียดที่คุณมีเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน มันไม่ใช่ความผิดของใคร ในกรณีที่คุณต้องการระบาย คุณอาจลองใช้การเขียน Expressive writing เพื่อระบายมันออกมา


การดูแลตัวเองในกรณีที่มีความเครียดสูง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกเครียดอยู่ และคุณรู้สึกเครียดมากกว่าปกติเป็นเวลานาน คุณอาจหากิจกรรมที่ช่วยระบายความเครียดเช่น ศิลปะบำบัด กิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ


แต่หากความเครียดเหล่านั้นไม่มีท่าทีว่าจะลดลง การเลือกเข้าพบนักจิตวิทยาเมื่อมีความเครียดในระดับสูงก็เป็นเหตุผลที่ดีสำหรับคุณในการพบนักจิตวิทยาเช่นกัน คุณควรพิจารณาเข้าพบนักจิตวิทยาเพื่อดูแลตัวเองก่อนที่จะกลายเป็นความเครียดแบบเรื้อรัง



#สภาวะภายใน #สภาวะอารมณ์ #ความเครียด #แก้เครียด


แหล่งข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

0 ความคิดเห็น