10 กิจกรรมคลายเครียดพนักงานในบริษัท และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร

ความเครียดในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมาขึ้น แต่ส่วนใหญ่อาจไม่เป็นเช่นนั้นในบริษัทหรือองค์กรของคุณ เพราะธรรมชาติของงานต้องพบกับความกดดัน หากองค์กรหรือบริษัทของคุณเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าความเครียดขององค์กรหรือบริษัทของคุณเริ่มสูงขึ้นเกินไปแล้ว

  • มีคนที่โมโหง่ายมากขึ้น

  • หลายคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

  • มีคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากขึ้น

  • เริ่มมีคนขี้ลืม ความจำเริ่มลดลง

  • การปฏิสัมพันธ์กันลดลง


หากคุณกำลังมองหากิจกรรมคลายเครียดพนักงาน บุคลากร ในบริษัทหรือองค์กรของคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร กิจกรรมเหล่านี้อาจเป็นกิจกรรมที่ช่วยทำให้บุคลากรของคุณคลายเครียด และยังอาจได้ soft skill ติดกลับมาเพิ่มเติมด้วย


จัดเวลาพูดคุยกัน

สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ยุ่งจนพนักงานไม่มีเวลาพูดคุยกันเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน การจัดเวลาหรือทำการนัดหมายเวลาเพื่อให้ทุกคนสามารถมีมีโอกาสพูดคุยกันส่วนตัวได้สั้นๆประมาณ 15 นาทีช่วยทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ขึ้นได้ โดยที่ในบทสนทนาอาจไม่ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงาน และไม่จำเป็นต้องทำให้รู้สึกจริงจังมากนัก


การจัดเวลาพูดคุยกันสองคนอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้คนที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ได้มีโอกาสพูดคุยกันและเริ่มสนิทกันมากขึ้น และหากคุณเป็นหัวหน้าคุณอาจจัดเวลา 15 นาทีโดยเฉพาะเพื่อพูดคุยกับลูกน้องแต่ละคนนอกเหนือจากเรื่องงานดู



Mindfulness Session

อีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากตะวันตกคือการเจริญสติ Mindfulness Activity ซึ่งมีหลายงานวิจัยที่อ้างอิงว่าการเจริญสตินั้นสามารถช่วยลดฮอร์โมนทีเ่กี่ยวข้องกับความเครียดได้ ตัวอย่างเช่น Google ได้มีโปรแกรมสำหรับบุคลากรของเขาให้ได้ฝึกการเจริญสติชื่อ Search Inside Your Self เพื่อให้พนักงานของเขาได้มีโอกาสฝึกเจริญสติได้


การเจริญสติในหน่วยงานในบริบทของประเทศไทยนั้นอาจเป็นเรื่องที่ไม่ยากนักเพราะว่าเราสามารถหาผู้รู้เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติได้ไม่ยาก แต่การอบรมในลักษณะนี้ในบริบทของเราอาจต้องอาศัยความสมัครใจจากบุคลากรของเราด้วย นอกจากนี้ข้อดีของการทำกิจกรรมเจริญสติคือมันไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยอุปกรณ์มาก เพราะไม่ว่าที่ไหนก็สามารถทำกิจกรรมเจริญสติได้



จัด workshop ที่น่าสนใจ

การเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และจัดเวิร์คช็อปให้กับบุคลากรสามารถช่วยให้บุคลากรรู้สึกผ่อนคลายได้ โดยไม่จำเป็นว่าจะเต้องเป็นเวิร์คช็อปที่มีควาเมกี่ยวข้องกับการลดความเครียดอย่างศิลปะบำบัดหรือการทำกิจกรรมเพื่อลดความเครียดต่างๆ โดยตรง แต่คุณอาจหาเวิร์คช็อปที่มาจากความสนใจร่วมกันหรือเป็นเวิร์คช็อปใหม่ๆ ที่น่าสนใจก็ได้เช่น

  • ฝึกฝนการฟัง

  • ทำกาแฟแบบดิป

  • รู้จักกับน้ำหอม

  • เรียนรู้เรื่องการทำบัญชีครัวเรือน

  • การจัดการกับเป้าหมายชีวิตตัวเอง

ระหว่างการเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ บุคลากรภายในองค์กรของเราก็จะได้มีปฏิสัมพันธ์ลดความเครียดลง และได้เรียนรู้สึกใหม่ๆ ที่อาจนำมาประยุกต์ใช้กับงานที่เกี่ยวข้องได้



เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องดนตรี

กิจกรรมอีกอันหนึ่งคือการเรียนรู้เรื่องดนตรี แม้ว่าแต่ละคนจะมีความชอบทางดนตรีที่แตกต่างกัน และหลายคนไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดนตรี แต่การให้บุคลากร พนักงานในบริษัทได้ผ่อนคลาย คลายเครียดจากการเรียนรู้ดนตรีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เครื่องดนตรีบางอย่างอาจมีราคาไม่สูงมากนัก และทำให้บรรยากาศในที่ทำงานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความสนุกสาน


การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องดนตรีในบรรยากาศของที่ทำงานอาจเป็นไปได้ตั้งแต่

  • ให้บุคลากรได้เรียนการร้องเพลง

  • เริ่มเล่นดนตรีชิ้นใหม่ที่ไม่รู้จัก

  • ให้คนที่สามารถเล่นดนตรีได้อยู่แล้วช่วยสอนคนที่อยากเล่น

  • เล่นดนตรีเป็นกลุ่ม เป็นวง

  • ทำให้เวลาพักผ่อนได้มีโอกาสเล่นดนตรี

นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดเป็นการแสดงภายในบริษัท หรือจัดเป็น event ต่อเนื่องในงานต่างๆ ได้อีกด้วย การมีพื้นที่ให้พนักงานในบริษัทหรือองค์กรได้แสดงออกเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องงานจะช่วยให้พวกเราได้รู้จักตัวตนของกันมากขึ้น และสร้างความภูมิใจ ปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกด้วย



กิจกรรมงานวิ่งภายใน

อีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงที่ผ่านมาคือกิจกรรมการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งที่ทุกคนนัดหมายกันไปวิ่งหลังเลิกงานในสวนสาธารณะ หรืองานวิ่งที่เกิดขึ้นตาม event ต่างๆ ก็สามารถช่วยให้พนักงานได้ลดความเครียดจากการออกกำลังกายได้ด้วย


กิจกรรมงานวิ่งภายในอาจเป็นกิจกรรมที่องค์กรได้ให้บัตรวิ่งตามงานต่างๆ กับพนักงานที่สนใจเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาได้ฝึกซ้อมการวิ่งก่อนที่จะวิ่งในงานนั้นจริงๆ นอกจากนั้นองค์กรของคุณอาจนัดกันไปวิ่งในสวนสาธารณะใกล้ที่ทำงานเพื่อให้บุคลากรได้มาพบปะกันตอนวิ่งได้



หาของว่างที่เป็นประโยชน์ให้กับพนักงาน

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะกินในขณะที่กำลังเครียด เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นหลายคนอาจไปหาอาหาร ของว่างประเภทต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน แป้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะในระยะยาวการทานของว่างประเภทนี้จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเหนื่อยง่ายขึ้น จนอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานในระยะยาว


หลายบริษัท องค์กรจะมีมุมสำหรับเครื่องดื่มและกาแฟให้กัับบุคลากรอยู่แล้ว สำหรับการหาของว่างที่เป็นประโยชน์ให้กับพนักงานอาจอยู่ในรูปแบบของการจัดมุมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้วมีอาหารว่างประเภท

  • ผลไม้

  • ธัญพืช

  • น้ำผักผลไม้ปั่น

  • ขนมซึ่งมีกากใยสูง

ให้กับพนักงาน เพื่อที่พวกเขาจะได้ทานอาหารเหล่านี้แทนการทานอาหารว่างซึ่งไม่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้คุณอาจมีมุมที่ให้พนักงานได้นำขนมพวกนี้มาแบ่งปันกันอย่างเป็นที่เป็นทางอีกด้วย



ทำงานอาสาสมัคร

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ผลดีคือการทำงานอาสาสมัคร โดยที่งานอาสาสมัครไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการปลูกป่าเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายงานที่ต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน หากไม่ค่อยมีความพร้อมเราสามารถติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการอาสาสมัครได้โดยตรง แต่หากมีความพร้อม เราอาจลองหากิจกรรมอาสาสมัครทำด้วยตัวเองจากงานที่อยู่ใกล้ๆ หรือเรื่องที่บุคลากรส่วนใหญ่สนใจและอยากทำ


การมีส่วนร่วมจากงานอาสาสมัครจะช่วยทำให้บุคลากรในบริษัทหรือองค์กรได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น และได้รู้สึกคลายเครียดจากงานที่ต้องทำเป็นประจำมากยิ่งขึ้น



Support Group

สิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นคือการจัดวง support group เพื่อพูดคุยปัญหาและทำการแบ่งปันช่วยเหลือกันภายในองค์กร แต่การจัดวง support group เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะจะทำให้บุคลากรแต่ละคนได้รับรู้ถึงปัญหาของกันและกัน เกิด emphathy ระหว่างกันและยังช่วยเหลือกันและกันได้อีกด้วย


เพราะว่าหลายคนที่อยู่ร่วมกันจะมีความรู้สึก ความกังวล ประสบการณ์ ปัญหา ที่คล้ายๆ กัน ดังนั้นหลายคนที่เคยผ่านเรื่องต่างๆ มาก่อนจะช่วยทำให้คนที่เพิ่งประสบกับปัญหาได้เห็นแนวทางและรับความเห็นอกเห็นใจจากคนอื่น ข้อดีของการมี support group ในที่ทำงานคือ

  • ลดการตัดสินระหว่างกันลง

  • ได้รับพลังและความรู้สึกถึงความหวัง

  • ได้รับผลตอบรับจากเพื่อนร่วมงาน

  • ได้มีพื้นที่พูดอย่างตรงไปตรงมา

  • ได้เรียนรู้มิติอื่นนอกจากการทำงานในชีวิตของแต่ละคน

  • ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง ลดลง



อนุญาติให้มีเวลาพักผ่อนงีบกลางวัน

แม้จะเป็นที่ถกเถียงอยู่ว่าการงีบหลับในที่ทำงานเป็นสิ่งที่สมควรหรือไม่ แต่เราทุกคนรู้และเคยสัมผัสกับมันดีว่าเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยจากการทำอะไรก็ตามและเรามีเวลาได้งีบพักสักหน่อย เราจะรู้สึกดีขึ้นและมีกำลังมากขึ้น โดยเฉพาช่วงหลังจากการทานอาหารหลางวันเพราะการงีบนอนมีประโยชน์เกี่ยวกับการทำงานของสมองมากกว่าที่คิดนั่นคือ

  • ช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ

  • ลดความเครียด วิตกกังวล

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ cognitive function และความคิดสร้างสรรค์

มีหลายองค์กรในตะวันตกเริ่มปรับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมที่ทำงานให้มีพื้นที่สำหรับการงีบพักผ่อน ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากให้การทำงานมีประสิทธิภาพ อาจลองหาพื้นที่สำหรับพักผ่อนโดยการงีบนอนหลับดู



กิจกรรม DIY (Do-It-Yourself)

อีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถจัดได้ในบริษัทหรือองค์กรของคุณคือกิจกรรม DIY ที่มีเนื้อหาอย่างหลากหลาย และยังสามารถจัดขึ้นหลายรอบให้มีความแตกต่างกันเพื่อที่จะให้พนักงานที่สนใจได้เลือกตามความแตกต่างของตัวเองก็ได้


กิจกรรม DIY ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับงานเย็บ ถัก ร้อย เสมอไป มีหลายกิจกรรมน่าสนใจที่เราสามารถหาผู้จัดได้ไม่ยากเช่น

  • จัดสวนขวด

  • ทำเครื่องเงินที่ระลึก

  • จัดดอกไม้

  • ทำเซรามิคส่วนตัว


สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ในที่ทำงานได้มีบรรยากาศอื่นนอกจากการทำงานมากขึ้น


แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

0 comments
  • LINE_APP
  • Facebook

Terms of Service | Privacy Policy | Coppyright ©2019 by Urbinner

E-mail: Urbinner.co@gmail.com | Bangkok, Thailand