top of page
  • รูปภาพนักเขียนUrbinner

วิธีการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย MBTI หรือบุคลิกภาพ 16 แบบ

อัปเดตเมื่อ 10 มี.ค. 2565

Highlights

  • การทำความเข้าใจความแตกต่างของความถนัด 4 อย่างตามทฤษฎีบุคลิกภาพของ MBTI หรือบุคลิกภาพ 16 แบบ เป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ และทำให้ทีมทำงานร่วมมีประสิทธิภาพได้

  • การปรับตัวและทำความเข้าใจร่วมกันเกิดจากการตระหนักรู้ในความถนัดทั้ง 4 แบบ (Extraversion/ Introversion, Sensing/ Intuition, Thinking/ Feeling, และ Judging/ Perceiving) ที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน

 

ความท้าทายที่หัวหน้าทุกคนต้องพบในการดูแลทีมคือ การทำให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แม้เราจะรู้ว่าการทำงานเป็นทีมมีความสำคัญ แต่การทำให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะขาดองค์ความรู้ในการช่วยทำให้สมาชิกในทีมสามารถทำความเข้าใจ มีวิธีการสื่อสาร และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


MBTI หรือบุคลิกภาพทั้ง 16 แบบเป็นเครื่องมือในระดับสากลที่มีการใช้งานไปมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อปี และได้รับการแปลไปมากกว่า 20 ภาษาทั่วโลก ซึ่งจะช่วยทำให้พนักงานได้เข้ามาสำรวจบุคลิกภาพตามทฤษฎีของ Carl Jung และเข้าใจวิธีการมองโลก จุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง จนนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ


หากคุณต้องการเครื่องมือที่จะช่วยทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างของคนในทีม คุณสามารถให้บุคลากรได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในหลักสูตร MBTI: 16 Personalities at Work เพื่อเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน สไตล์การทำงานของแต่ละคน และทำให้ทีมของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานร่วมกัน



เนื้อหาในบทความ


MBTI สามารถช่วยทำให้ทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร?

MBTI เป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้สมาชิกในทีมได้เข้าใจมุมมองความถนัดของแต่ละคนในทีมที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน และพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปพร้อมกับการเข้าใจความแตกต่างของบุคลิกภาพ


มนุษย์แต่ละคนจะมีการแสดงออก มีความเชื่อ มีวิธีการรับรู้ข้อมูลที่แตกต่างกันจนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน ความกลัวในความขัดแย้ง และมีข้อตกลงร่วมกันที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ จนทำให้ทีมไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน โดยที่กระบวนการในการเรียนรู้ MBTI จะช่วยทำให้


การทำงานร่วมกับความถนัดแบบต่างๆ ใน MBTI

คนที่มีความถนัดแตกต่างกันจะมีการแสดงออก วิธีการมองโลก แรงจูงใจ ที่แตกต่างกัน การทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นที่จะต้องให้ทีมเข้าใจความแตกต่างของความถนัดเหล่านี้ เพื่อที่จะปรับตัวเข้าหากันและทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจ โดยความถนัดทั้ง 4 แบบใน MBTI จะประกอบไปด้วย



การเข้าใจความถนัดของสมาชิกในทีมเป็นสิ่งแรกที่สำคัญ เพราะจะช่วยทำให้แต่ละคนสามารถรู้วิธีการปรับตัวเข้าหาคนที่มีความถนัดแตกต่างกัน จนนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้


ความแตกต่างในการทำงานของความถนัดแบบ Extraversion และ Introversion

คุณคงจะเคยเห็นว่าในที่ประชุมพนักงานอาจมีอยู่สองกลุ่ม คือกลุ่มคนที่ชอบเสนอความคิดเห็นอย่างเต็มที่ พูดตรงไปตรงมา กล้าถามตอบ และอีกกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม โดยทั่วไปหัวหน้าอาจมองว่าคนที่เงียบเหล่านั้นเป็นคนที่ไม่ใส่ใจงาน ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะความถนัดที่แตกต่างกันทำให้คนที่มีความถนัดแบบ Extraversion และ Introversion มีวิธีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน



การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Extroversion

คนที่มีความถนัดแบบ Extraversion จะรู้สึกมีพลังเมื่อได้ออกไปปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น พวกเขาชอบพูดคุย แลกเปลี่ยนวามคิดเห็น รู้สึกสนุกสนานกับการทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ทำให้ในที่ประชุมเขาจะเป็นคนที่แสดงความคิดเห็นออกมาค่อนข้างมาก


คนที่มีความถนัดแบบ Extraversion มักจะชอบงานสังสรรค์ กิจกรรมที่ทำร่วมกัน ดังนั้นหากมีงานอะไรที่ทำให้เขาได้มีโอกาสพบกับผู้คน เขาก็มักจะตะัดสินใจไปได้อย่างรวดเร็ว


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Extraversion ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • สื่อสารความคิดของตัวเองออกไปให้คนในที่ประชุมรู้มากขึ้น

  • สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ตื่นเต้น และเต็มไปด้วยผู้คน

  • ทำกิจกรรมร่วมกับพวกเขาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

  • ตอบสนองความคิด การตัดสินใจให้รวดเร็วมากขึ้น

  • ให้โอกาสเขาได้ไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน


การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Introversion

คนที่มีความถนัดแบบ Introversion โดยมากมักจะชอบใช้เวลากับการครุ่นคิด ชอบคิดเรื่องต่างๆ จนมั่นใจว่าวิเคราะห์ปัญหาได้เพียงพอแล้ว จึงจะบอกเล่าออกไปให้กับคนอื่น พวกเขาจะรู้สึกมีพลังเมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับความคิดและไอเดียของตัวเอง จึงอาจทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบในที่ประชุม


นอกจากนั้นพวกเขาอาจไม่ชอบการพักผ่อนด้วยการไปทำกิจกรรมร่วมกันกับคนอื่นในองค์กร เพราะเขาเป็นคนที่พลังหมดง่ายหากต้องออกไปพบปะกับผู้คน การพักผ่อนของเขาจึงเป็นการอยู่คนเดียว ใช้เวลาตามที่เขาต้องการ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้หลายครั้งองค์กรมักจะมองว่าเขาไม่ค่อยอยากมีส่วนร่วมกับองค์กร (low engagement) แท้จริงนั่นไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากไปทำกิจกรรมสังสรรค์กับที่ทำงาน แต่การทำแบบนั้นทำให้เขาต้องใช้พลังงานมากขึ้น


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Introversion ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ระวังไม่ให้ตัวเองแสดงความคิดเห็นมากเกินไปในที่ประชุมจนไม่ให้โอกาสเขาแสดงความคิดเห็น

  • เปิดโอกาสให้มีช่วงที่เงียบในการประชุมเพื่อให้ความคิดตกผลึก

  • เคารพเวลาส่วนตัวของพวกเขา อนุญาตให้เขาสามารถพักผ่อนในแบบของตัวเอง

  • ใช้การเขียนในการสื่อสารเพื่อแจ้งให้คนอื่นล่วงหน้าก่อน

  • ให้เวลาพวกเขาได้มีสมาธิจดจ่อกับงาน


ความแตกต่างในการทำงานของความถนัดแบบ Sensing และ Intuition

มนุษย์มีวิธีการรับรู้ข้อมูลที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความถนัดในส่วนนี้ บางคนให้ความสำคัญกับรายละเอียด สิ่งที่เป็นไปได้ และปัจจุบัน ในขณะที่บางคนให้ความสำคัญกับภาพรวม ความเป็นไปได้ ทฤษฎี ความแตกต่างของความถนัดแบบ Sensing และ Intuition จะทำให้พวกเขาให้ความสำคัญกับข้อมูลที่แตกต่างกันและเชื่อสิ่งที่แตกต่างกันออกไปด้วย



การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Sensing

คนที่มีความถนัดแบบ Sensing ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง ข้อมูล สิ่งที่เป็นจริงมากกว่าทฤษฎี ทำให้ในการทำงานร่วมกันพวกเขาต้องการหลักฐานสนับสนุน ข้อมูลในการตัดสินใจ ประสบการณ์มากกว่าคนที่มีความถนัดแบบ Intuition


สิ่งที่คนที่มีความถนัดแบบ Sensing มีบทบาทสำคัญในทีมคือการอยู่กับความเป็นจริง และเป็นคนที่ลงมือปฏิบัติงานได้เก่ง พวกเขามีความสามารถในการจดจ่อกับรายละเอียด มีการจัดการงานที่ดี


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Sensing ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ให้แนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน

  • ให้รายละเอียด ข้อเท็จจริง ในการตัดสินใจและรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

  • ให้เวลาเขาได้เรียนรู้งานจากการลงมือปฏิบัติจริง

  • อธิบายด้วยการยกตัวอย่างสถานการณ์จริง

  • ใช้รูปภาพที่สมจริงประกอบการบรรยาย


การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Intuition

คนที่มีความถนัดแบบ Intuition จะมองสิ่งต่างๆ ในภาพรวม ในระยะยาว มองหาความเป็นไปได้ และโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งทำให้คนที่มีความถนัดแบบ Intuition เป็นคนที่มักจะมองไปยังอนาคต วางแผนระยาว และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวมได้ดี


ในการระดมความคิด คนที่มีความถนัดแบบ Intuition จะเป็นคนที่สามารถคิดไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างไม่จำกัด พวกเขาไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ และนำวิธีการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ เข้ามาสู่องค์กรหรือทีมของคุณได้อยู่เสมอ


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Intuition ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • มีเป้าหมายที่ชัดเจน

  • ให้พื้นที่ในการมีความสร้างสรรค์

  • อธิบายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะให้เขาลงมือปฏิบัติงานจริง

  • ไม่อธิบายด้วยรายละเอียดที่มากเกินไป

  • อธิบายสิ่งต่างๆ ในเชิงของภาพรวม ความเป็นไปได้ และผลลัพธ์ที่ต้องการในอนาคต


ความแตกต่างในการทำงานของความถนัดแบบ Thinking และ Feeling

ในที่ทำงานร่วมกัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการตัดสินใจ ซึ่งจะพบว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่ีงที่มักจะตัดสินใจไปตามตรรกะ มุมมองที่เป็นกลาง วิเคราะห์สาเหตุและผลลัพลธ์ ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งอาจให้ตัดสินใจจากการผลกระทบและผู้คนเป็นศูนย์กลาง คุณค่าที่มีร่วมกัน ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้เกิดจากความแตกต่างของวิธีการตัดสินใจ วิธีการนำไปสู่ข้อสรุป



การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Thinking

คนที่มีความถนัดแบบ Thinking จะตัดสินใจด้วยตรรกะ โดยการมองไปที่สาเหตุและผลลัพธ์จากการตัดสินใจและความมีประสิทธิภาพเป็นหลัก คนที่มีความถนัดแบบ Thinking ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าผลกระทบที่มีต่อผู้คน ซึ่งอาจทำให้พวกเขาดูเย็นชาในสายตาของคนอื่นบ้าง ในการทำงานร่วมกันเขาอาจดูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น แสดงความรู้สึกไม่เก่ง


คนที่มีความถนัดแบบ Thinking มักจะมีความสงสัยในระบบตรรกะ เหตุผลของการทำงานว่าสิ่งเหล่านั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ พวกเขามักจะเห็นได้ทันทีว่าระบบการทำงานหรือกฏกติกาขององค์กรมีข้อผิดพลาดอย่างไร และสามารถหาทางปรับปรุงระบบเหล่านั้นให้ดีขึ้นได้


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Thinking ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงแสดงความคิดเห็น

  • มีความชัดเจนเกี่ยวกับการประเมินผล การวิธีการ และผลลัพธ์

  • วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา

  • ใช้เกณฑ์ทีเ่ป็นกลางเมื่อต้องตัดสินใจ

  • รักษาประสิทธิภาพในการทำงานให้มีมาตรฐานสูงอยู่เสมอ


การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Feeling

คนที่มีความถนัดแบบ Feeling มักจะให้ความสำคัญกับผู้คน คุณค่าส่วนตัว หรือคุณค่าที่มีร่วมกันในสังคม เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเขามักจะใช้วิธีการเจรจาและประณีประนอมกัน มากกว่าหาสิ่งที่ถูกหรือผิด โดยมาก คนที่มีความถนัดแบบ มักจะมีทักษะระหว่างบุคคลที่ดี


ในที่ทำงานคนที่มีความถนัดแบบ Feeling มักจะชอบอาสาช่วยงานเพื่อนร่วมงาน เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับผู้คนค่อนข้างมาก เมื่อต้องทำงานที่ได้รับมอบหมาย นอกเหนือจากการทำงานให้เสร็จอย่างมีคุณภาพแล้ว เขาก็มักจะใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานด้วย


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Feeling ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของเขาขณะที่พูดคุยหรือทำงานร่วมกัน

  • ใช้กระบวนการโค้ชแทนการวิจารณ์ถึงข้อผิดพลาดตรงๆ

  • ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในการทำงานกับพวกเขา

  • ให้เวลาพวกเขาได้ทำความเข้าใจความรู้สึกและคุณค่าที่พวกเขาให้ความสำคัญ

  • รักษาบรรยากาศการทำงานให้เป็นมิรและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


ความแตกต่างในการทำงานของความถนัดแบบ Judging และ Perceiving

ในการทำงานร่วมกันจะมีเพื่อนร่วมงานบางคนที่ชอบวางแผน ต้องการทำให้ทุกสิ่งเป็นระบบ และทำงานตามตารางเวลา ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งชอบทำงานอย่างยืดหยุ่น รู้สึกมีพลังเมื่อใกล้ถึงเวลาส่งงาน คนสองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เกิดความขัดแย้งกันในที่ทำงานเป็นประจำ เพราะมีวิธีการรับมือกับโลกภายนอกที่แตกต่างกัน



การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Judging

คนที่มีความถนัดแบบ Judging ตอบสนองต่อโลกภายนอกด้วยการจัดการ วางแผน และมีข้อสรุป ซึ่งทำให้พวกเขาต้องการทำงานตามแผนการที่วางไว้ เขาจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ


พวกเขารู้สึกเครียดมากหากต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงแผนการในวินาทีสุดท้าย โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้เขาเปลี่ยนแผนการอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีว่าแผนไหนเป็นแผนสุดท้ายที่สามารถเชื่อถือได้


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Judging ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • กำหนดระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน และส่งงานตามกำหนด

  • ตัดสินใจเมื่อถึงกำหนดเวลา ไม่ปล่อยให้เรื่องที่ต้องตัดสินใจค้างคา

  • สร้างระบบหรือแบบแผนในการทำงานร่วมกัน

  • ไม่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอ

  • ส่งงานก่อนกำหนดเวลาสุดท้ายเพื่อให้พวกเขาได้ตรวจเช็คอีกครั้ง


การทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Perceiving

คนที่มีความถนัดแบบ Perceiving ตอบสนองต่อโลกภายนอกด้วยการเปิดความเป็นไปได้ ซึ่งทำให้พวกต้องการเปิดรับข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในช่วงที่มีโอกาสตัดสินใจได้ พวกเขามักจะชอบตอบสนองสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์มากกว่าการทำงานตามแบบแผน ซึ่งพวกเขามักจะตารางเวลาที่ตายตัวว่าเป็นตสิ่งที่ขาดความยืดหยุ่น


บางครั้งคนที่มีความถนัดแบบ Perceiving ชอบทำงานและเล่นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการทำงานและเล่นไปด้วยอาจทำให้คนอื่นดูเหมือนว่าเขาเป็นคนที่ไม่จริงจังกับงานมากนัก แต่จริงๆ แล้วพวกเขามองว่าการทำงานและการพักผ่อนเป็นสิ่งเดียวกัน


วิธีการทำงานร่วมกับคนที่มีความถนัดแบบ Perceiving ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • กำหนดระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน

  • ไม่ให้ตารางเวลาเป็นกำหนดการที่ตายตัวมากเกินไป

  • กำหนดระยะเวลาให้พวกเขาสามารถสังเกตการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจ

  • อธิบายว่าแผนการที่มีจะสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไร มีส่วนไหนที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้

  • ค้นหาทางเลือกอื่นๆ ที่เป็นไปได้ก่อนที่จะตัดสินใจไปอย่างรวดเร็ว


การเข้าใจความแตกต่างของคนแต่ละไทป์ในบุคลิกภาพทั้ง 16 แบบจะช่วยทำให้ทุกคนในทีมสามารถตระหนักรู้วิธีการทำงานของตัวเองที่แต่ละคนมักจะยึดติด ซึ่งนำไปสู่การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจร่วมกันในทีม ทำให้เกิดการทำงานร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในหลักสูตร MBTI: 16 Personalities at Work จะช่วยทำให้คุณรู้จักความถนัดเหล่านี้ ค้นพบบุคลิกภาพของตัวเอง และเข้าใจวิธีการมองโลกของคนแต่ละแบบ เพื่อปรับตัวและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้



Related Topics


แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

 

Urbinner เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เติบโตจากการเรียนรู้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยทีมนักจัดกระบวนการจะพาคุณไปเรียนรู้ทักษะที่นำไปสู่การเข้าใจตัวเอง สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และการตระหนักรู้ร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำในสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายสำหรับตัวเอง องค์กร และชุมชนของเราได้


Comments


Facebook group Banner.jpg
bottom of page